บทที่ 11 จิตรกรน้อยอัจฉริยะ

สายตาอันร้อนแรงของกรณ์แทบจะเจาะทะลุแผ่นหลังของอลีนาได้ ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาเมินใส่เขา

อลีนาเห็นว่าสายมากแล้วจึงไม่อยากอ้อยอิ่ง"หม่ามี้ไปก่อนนะลูก จำไว้นะว่าต้องเชื่อฟังพี่ชาย มีอะไรให้โทรหาหม่ามี้ทันที"

เด็กแฝดทั้งสามมองส่งหม่ามี้จนลับสายตา แล้วกลับเข้าไปอ่านหนังสือในห้องอย่างว่าง่าย

นิน่าถือพู่กันเดินไปหากรณ์ "คุณอาสุดหล่อคะ คุณอาวาดรูปเป็นไหม"

กรณ์ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนสิ ภาพวาดของอาจัดแสดงในนิทรรศการทีไร ก็ขายได้ราคาสูงลิ่วทุกครั้ง”

นิน่าตาเป็นประกาย พูดด้วยเสียงเล็ก ๆ น่ารักว่า "ว้าว หนูอยากขายภาพวาดบ้างจัง จะได้ช่วยหม่ามี้หาเงินเยอะ ๆ"

กรณ์มองสมุดวาดเขียนบนโต๊ะ เด็กสามขวบจะวาดอะไรได้

"ไหนเอาสมุดมาให้อาดูซิ เดี๋ยวอาจะช่วยแนะนำให้"

นิน่ายื่นสมุดวาดเขียนให้ กรณ์เปิดดูหน้าแรกก็ถึงกับตะลึง

ภาพบ้านต้นไม้ที่เต็มไปด้วยลายเส้นพลิ้วไหวและการลงสีอย่างลงตัว แม้แต่รายละเอียดของดอกไม้ใบหญ้าเล็ก ๆ ก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีตถ้าไม่มีพื้นฐานมาเป็นสิบปี ไม่มีทางวาดออกมาได้แบบนี้แน่

เขาเปิดดูหน้าถัดไป ทุกภาพล้วนน่าทึ่ง นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ

แต่เมื่อมองเด็กน้อยตรงหน้า เขากลับรู้สึกขบขันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"นิน่า เด็กดีต้องไม่โกหกนะ ภาพพวกนี้หม่ามี้ของหนูวาดใช่ไหม ตัวแค่นี้ยังแยกแยะสีไม่ถูกเลยจะวาดออกมาได้ไง"

นิน่าตอบเสียงจริงจัง "หนูวาดเองค่ะ"

กรณ์ขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ ขนาดเขาที่เป็นจิตรกรที่มีพรสวรรค์ยังต้องอายุสิบขวบถึงจะทำได้ขนาดนี้ เจ้าตัวเล็กนี้จะเก่งกว่าเขาได้ยังไงกัน

นิน่าเห็นเขาไม่เชื่อก็เบะปากน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ

"หนูไม่ได้โกหกนะ"

น้องแชมป์เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้ามา "คุณทำอะไรน้องสาวผม ภาพพวกนี้น้องวาดเองทั้งนั้น"

น้องเบนซ์ก็ช่วยปกป้อง "น้องสาวผมเก่งจะตาย ขนาดพวกเรายังวาดได้เลย คนนอกอย่างคุณจะไปรู้อะไร"

กรณ์ไม่อยากจะเชื่อ เด็กตัวแค่นี้แถมดูเหมือนไม่มีใครสอน ยีนใครจะดีขนาดนั้น

เด็กน้อยดึงสมุดกลับคืน ก่อนจะลงมือวาดดอกไม้สด ๆ ต่อหน้าเขา หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง กรณ์คงไม่มีวันเชื่อว่า ดอกไม้สีสันสดใสและผีเสื้อที่ราวกับมีชีวิต จะปรากฏขึ้นบนกระดาษขาวได้จริง

"คุณอาสุดหล่อคะ ทีนี้เชื่อหรือยัง หนูอาจจะเรียกชื่อสีไม่ถูก แต่หนูมองเห็นมันนะคะ"

กรณ์ถึงกับทึ่ง "อัจฉริยะ... นิน่าหนูเก่งมาก ถ้าได้รับการส่งเสริมที่ดี โตไปต้องเป็นจิตรกรชื่อดังระดับโลกแน่ ๆ"

กรณ์รู้สึกเสียดายความสามารถ และแอบคิดว่าถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเขาคงจะดีไม่น้อย

พอได้รับคำชม นิน่าก็กลับมาร่าเริงขึ้นทันที

บ้านของตระกูลผลิพัฒน์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในทำเลทอง เป็นทรัพย์สินที่คุณตาทิ้งไว้ให้คุณแม่ แต่ตอนนี้กลับมีพวกคนเนรคุณอาศัยอยู่

เธอกดกริ่ง ก่อนที่พ่อบ้านจะออกมาเปิดประตู และจำเธอได้ในทันที

"คุณหนูใหญ่ กลับมาแล้วหรือครับ"

"ลุงสมศักดิ์ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"

ลุงสมศักดิ์พาเธอเข้าไปในบ้าน เห็นพ่อของเธอกับแม่เลี้ยงมาลีกำลังคุยกันอย่างออกรส ส่วนธงชัยโอบกอนสุพรรณีอย่างเปิดเผย ไม่มีใครสนใจคุณย่าที่นั่งอยู่มุมห้องเลย

ครั้งหนึ่งเธอเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแสนใจดี ส่วนแม่ก็คอยดูแลเอาใจใส่ ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก

แม้พ่อจะเป็นเขยแต่งเข้า แต่แม่ก็ยังเลือกให้ลูกใช้นามสกุลของพ่อ เพราะไม่อยากให้เขาเสียศักดิ์ศรี พ่อเป็นคนปากหวาน เขาหว่านล้อมจนแม่ยอมโอนบริษัทเป็นชื่อของเขา เพราะคิดว่าจะรั้งหัวใจเขาไว้ได้

ตอนอลีนาอายุได้เจ็ดขวบ แม่ก็ตั้งท้องลูกคนที่สอง ทุกคนในบ้านต่างเฝ้ารอสมาชิกใหม่ด้วยความตื่นเต้น แต่สุดท้ายแม่กลับคลอดลูกยาก จนจากไปพร้อมเด็กในท้อง

ตอนนั้นพ่อดูราวกับคนเจียนตาย อลีนาจึงซาบซึ้งว่าพ่อรักแม่มาก แต่ผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เขาก็พามาลีกับลูกสาวเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนแรกบอกว่าเป็นญาติห่าง ๆ มาขออาศัย จนกระทั่งเธอไปเห็นเรื่องบัดสีเข้า ความจริงทุกอย่างจึงถูกเปิดเผย

ที่แท้มาลีก็คือคนรักเก่าของเขา ส่วนสุพรรณีที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงปีเดียว ก็คือลูกนอกสมรสของทั้งคู่ นั่นหมายความว่าพ่อทรยศครอบครัวมานานแล้ว

ตั้งแต่มาลีย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอก็คอยกลั่นแกล้งอยู่ลับหลัง แต่ต่อหน้าคนอื่นกลับวางตัวราวกับแม่พระ

อลีนาสังหรณ์ใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเริ่มสงสัยเรื่องการตายของแม่ เธอแอบจ้างคนไปสืบ จนพบว่าตามร่างของแม่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และเสียชีวิตทันทีหลังคลอดลูก

การแพทย์ก้าวหน้าขนาดนั้น แม่จะมาตายทั้งกลมได้ยังไงกัน น่าเสียดายที่หมอและพยาบาลชุดนั้นต่างย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันหมดแล้ว เหตุผลที่เธอตระเวนไปทั่วโลกตลอดหลายปีมานี้ ก็เพื่อตามหาคนพวกนั้น

ถ้าการตายของแม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาจริง ๆ ต่อให้ต้องตกนรก อลีนาก็จะลากพวกมันมาชดใช้กรรมให้สาสม

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ คุณย่าคือคนที่รักเธอที่สุด หลังจากแม่จากไป ก็มีเพียงท่านที่คอยเลี้ยงดูเธอมาจนโต

"คุณย่าคะ!"

เสียงที่คุ้นเคยทำให้หญิงชราหันขวับมาด้วยความดีใจ พอเห็นหลานสาวสุดที่รัก ท่านก็ลืมความเจ็บปวดที่ขา พยายามลุกขึ้นยืนกวักมือเรียกทั้งน้ำตา

"หลานย่า มาหา ย่าเร็วลูก ย่าคิดถึงหนูจะแย่อยู่แล้ว"

"คุณย่านั่งลงเถอะค่ะ อย่าขยับเลย" อลีนาวิ่งเข้าไปสวมกอดท่านแน่น

หลังจากเธอจากไปเมื่อสี่ปีก่อน สมศักดิ์ผู้ชายไร้หัวใจก็ถูกมาลียุยงให้ส่งคุณย่าไปอยู่บ้านนอก เธอมักฝากฝังให้คนคอยแอบดูแลท่านอยู่เสมอเพื่อให้ท่านได้อยู่อย่างสุขสบายในบั้นปลาย

คุณย่าจับมือเธอ ลูบใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน "ผอมลงนะ กลับมาก็ดีแล้ว ต่อไปอย่าทิ้งย่าไปไหนอีกนะ ย่าไม่รู้จะมีแรงอยู่รอเจอหนูได้อีกกี่ครั้ง"

"คุณย่าต้องอายุยืนถึงร้อยปีสิคะ แค่คุณย่าอยากเจอ หนูจะมาอยู่เป็นเพื่อนทุกวันเลย"

สมศักดิ์กระแอมไอ ลูกสาวที่ไม่ได้เจอกันสี่ปี กลับมาถึงไม่ยอมทักทายพ่อสักคำ ช่างไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่

อลีนาทำหูทวนลม เห็นพวกเขาเป็นธาตุอากาศ

จนสมศักดิ์ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากเอง "อลีนา ดูท่าทางจะอยู่สุขสบายดีนี่ ได้ยินสุพรรณีบอกว่ามีลูกตั้งสามคนแล้ว ทำไมไม่พาสามีกับลูก ๆ มาไหว้คุณตาบ้างล่ะ"

ตั้งแต่เธอจากไปสมศักดิ์ไม่เคยตามหาเธอเลยสักครั้ง ยังกล้าแทนตัวเองว่าคุณตาอีกเหรอ!

มาลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม "ในเมื่อเธอมีผัวใหม่แล้ว จะยื้อธงชัยไว้ทำไม รีบ ๆ หย่าให้จบ ๆ ไปเถอะ จะได้มอบสถานะที่ถูกต้องให้ลูกของเธอ ไม่ต้องไปถ่วงความเจริญคนอื่นเขา"

สุพรรณีมีลูกชายกับธงชัยแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้หย่ากับเธอ สถานะของสุพรรณีจึงเป็นได้เพียง ‘มือที่สาม’ ส่วนลูกก็ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย

ที่เรียกอลีนากลับมาในวันนี้ โดยอ้างชื่อคุณย่า ก็เพียงเพื่อบีบให้เธอหย่าเท่านั้น

"แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ!"

สุพรรณีทนไม่ไหว "เธออย่าให้มันมากนักนะ เธอก็เป็นแม่คน จะปล่อยให้ลูกตัวเองต้องขึ้นชื่อว่าเป็นลูกนอกสมรสหรือไง"

อลีนายักไหล่เบา ๆ "นั่นมันเรื่องของเธอ เกี่ยวอะไรกับฉัน"

สมศักดิ์ตะคอกด้วยความโมโห "อลีนา! แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้งั้นเหรอ ฉันเป็นพ่อแกนะ วันนี้แกต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะได้ก้าวออกจากบ้านหลังนี้"

คุณย่าโกรธจนตัวสั่น ก่อนจะด่ากราดออกมา "มีพ่อที่ไหนเขาทำกับลูกแบบนี้ ฉันอายแทนแกจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของอลีนา แกจะมีหน้ามีตาอย่างทุกวันนี้ไหม สุพรรณีกับธงชัยทำเลวกับหลานฉัน ไม่เคยขอโทษสักคำ แกยังกล้ามาขู่อลีนาอีก ไอ้ลูกอกตัญญู ฉันจะตีแกให้ตาย!"

คุณย่าขว้างแก้วน้ำในมือใส่สมศักดิ์ มาลีแสร้งทำเป็นเอาตัวเข้าบัง "คุณแม่คะ จะตีก็ตีหนูเถอะค่ะ อย่าทำคุณพี่เลย"

คุณย่าแทบไม่มีแรงแล้ว แก้วน้ำเพียงตกกระทบพื้นเบา ๆ ตรงปลายเท้าของมาลี โดยไม่ได้แตกเสียด้วยซ้ำ แต่มาลีกลับจงใจเล่นละครต่อหน้าสมศักดิ์

สมศักดิ์เห็นเมียรักเอาตัวเข้าปกป้องก็หันไปตวาดใส่แม่ตัวเอง "แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่สิ ผมว่าแม่กลับไปอยู่บ้านนอกเหมือนเดิมดีกว่า อย่าออกมาวุ่นวายเลย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป